วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ทรานซิสเตอร์
ทรานซิสเตอร์มีวิธีการผลิตหลายวิธีด้วยกัน แต่แยกออกไก้เป็น 2 ลักษณะ คือ โครงสร้างเป็นแบบจุดสัมผัส และโครงสร้างแบบรอยต่อ ทั้งสองลักษณะสามารถแยกออกเป็นวิธีการผลิตได้หลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะใช้วิธีใดในการผลิตทรานซิสเตอร์ก็ตาม สามารถผลิตทรานซิสเตอร์ได้ 2 ชนิด คือ PNP และ NPN เมื่อเขียนเป็นสัญลักษณ์ออกมาจะแตกต่างกัน วิธีดูชนิดของทรานซิสเตอร์จากสัญลักษณ์ ให้สังเกตที่ทิศทางการชี้หัวลูกศรที่ขาอิมิตเตอร์ (E) ว่าชี้เข้าหรือชี้ออก โดยใช้หลักการจำทิศทางของหัวลูกศรดังนี้ บวกเข้าลบออก คือ บวก (P) หัวลูกศรชี้เข้าเป็น PNP ทรานซิสเตอร์ และลบ (N) หัวลูกศรชี้ออกเป็น NPN ทรานซิสเตอร์
แรงดันไบอัสที่ทรานซิสเตอร์ต้องการ ต้องจ่ายให้ถูกต้องตามชนิดของทรานซิสเตอร์ วิธีการจ่ายแรงดันไบอัสที่ถูกต้องให้ทั้งสองชนิด มีเพียงวิธีเดียวดังนี้
• จ่ายแรงดันไบอัสตรงให้ขา E กับขา B เป็นไบอัสตรงทั้งสองขา
• จ่ายแรงดันไบอัสกลับให้ขา C เทียบกับขา B หรือขา E
• การจ่ายไบอัสผิดเพียงขาใดขาหนึ่งทรานซิสเตอร์จะไม่ทำงาน
กระแสไฟฟ้าที่ไหลในตัวทรานซิสเตอร์มีค่ากระแสโดยประมาณดังนี้
I E = 100 % , I C = 95-98 % , I B = 2-5 %
นำมาเขียนเป็นสมการกระแสได้ดังนี้
I E = I C + I B
เทคโนโลยีทรานซิสเตอร์
window.google_render_ad();
ทรานซิสเตอร์ ( Transistor ) ถูกผลิตขึ้นมาได้เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2490 โดยวอลเตอร์ เอช แบรตเทน ( Walter H.Brattain ) และจอห์น บาร์ดีน ( John Bardeen ) ผลิตขึ้นได้ในห้องทดลองของบริษัทเบลล์ เทเลโฟน ( Bell Telephone Laboratories )
ทรานซิสเตอร์ตัวแรกผลิตขึ้นจากสารกึ่งตัวนำชนิดเจอร์เมเนียม ( Germanium Semiconductor ) เป็นทรานซิสเตอร์แบบจุดสัมผัส ( Point Contact Transistor ) โดยยอดแหลมของเจอร์เมเนียมถูกเชื่อติดอยู่กับแผ่นโลหะ ซึ่งมีเส้นลวดพันติดอยู่ประมาณ 2,000 เส้นต่อนิ้ว บรรจุอยู่ในกระป๋องโลหะทรงกลมยาวประมาณ 0.5 นิ้ว มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.1875 นิ้ว
ทรานซิสเตอร์มีข้อดีกว่าหลอดสุญญากาศหลายประการด้วยกัน สรุปเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้
• ราคาของอุปกรณ์ถูกกว่า
• แก้ไขซ่อมแซมได้ง่ายกว่า
• มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง
• ใช้แรงดันไฟฟ้าในการทำงานต่ำ
• ขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา
• สูญเสียกำลังไฟฟ้าในการทำงานต่ำ
• ทำงานได้รวดเร็ว ไม่ต้องใช้เวลาในการเตรียมตัว
• มีความทนทานในการใช้งาน และทนทานจากการกระทบกระแทกมากกว่า
• ไม่ต้องใช้ความร้อนในการทำงาน และไม่เกิดการสูญเสียความร้อน
window.google_render_ad();
ทรานซิสเตอร์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น