ยูนิจังชัน ทรานซิสเตอร์ ( UJT )
UJT ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือในการทำงานของอุปกรณ์และวงจรต่าง ๆ UJT เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำชนิด 2 ตอน คือสารชนิด P และสารชนิด N คล้ายไดโอด แต่มีขาต่ออกมาใช้งาน 3 ขา UJT ไม่จัดอยู่ในอุปกรณ์กึ่งตัวนำจำพวกไธริสเตอร์ เพราะโครงสร้างไม่ได้ประกอบด้วยสารกึ่งตัวนำ 4 ตอน UJT มักถูกเรียกว่าไดโอดชนิดเบสคู่ โดยมีขาเบสต่ออกมาใช้งาน 2 ขา และขาอิมิเตอร์ 1 ขา
วงจรสมมูลของ UJT เขียนออกได้เป็นตัวต้านทานต่อออกมาที่ขา B1 และขา B2 เป็นไดโอดต่อขาร่วมของตัวต้านทาน และต่อออกมาที่ขา E ไบอัสจ่ายให้ UJT ต้องจ่ายบวกให้ B2 จ่ายลบให้ B1 และจ่ายบวกให้ E เทียบกับ B1 ตัว UJT จะเริ่มทำงานเมื่อมีกระแส IE ไหลในวงจร มีผลต่อความต้านทานในตัว UJT เปลี่ยนแปลง เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งแรงดันและกระแสในตัว UJT สภาวะดังกล่าวคือ การทำงานของตัว UJT เมื่อนำค่าการทำงานไปเขียนกราฟคุณสมบัติระหว่างแรงดัน VE ปละกระแส IE ได้กราฟคุณสมบัติออกมา มีค่าแรงดันตกคร่อมขา E และขา B1 เพิ่มขึ้นหรือลดลงไม่เป็นไปตามค่ากระแส IE ที่ไหลในตัว UJT
การเลือก UJT ไปใช้งานให้เหมาะสมถูกต้อง ควรเลือก UJT จากตารางข้อมูลรายละเอียดโดยพิจารณาจากรายละเอียดและขีดจำกัดที่สำคัญของ UJT รายละเอียดนอกจากจะขึ้นอยู่กับค่าที่บอกไว้แล้ว ยังต้องคำนึงถึงค่าอุณหภูมิในบริเวณที่นำ UJT ไปใช้งานด้วย เพราะรายละเอียดและขีดจำกัดที่บอกไว้ ทดสอบที่อุณหภูมิห้อง 25 ํC ถ้าการใช้งานของ UJT ในอุณหภูมิที่แตกต่างไปค่าคุณสมบัติในตัว UJT ก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
UJT ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำอื่น ๆ ทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์กระตุ้นโดยให้กำเนิดความถี่ขึ้นมาที่ขาต่าง ๆ ของ UJT วงจรทำงานของ UJT ที่เป็นวงจรหลักคือ วงจรกำเนิดความถี่แบบรีแลกเซซั่น รูปร่างสัญญาณที่ได้ตามขาต่าง ๆ ของ UJT แตกต่างกัน ที่ขา อิมิตเตอร์ได้สัญญาณอินทิเกรต ที่ขาเบส 2 ได้สัญญาณพัลส์ลบ และที่ขาเบส 1 ได้สัญญาณพัลส์บวก ตำแหน่งของการเกิดสัญญาณเกิดพร้อมกัน เวลาในการเกิดสัญญาณเปลี่ยนแปลงได้ตามค่า R และ C ที่ต่อวงจรเป็นค่าเวลาคงที่
การประยุกต์ใช้งานของ UJT ร่วมกับอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำอื่น ๆ สามารถนำ UJT ไปร่วมใช้งานได้กับอุปกรณ์เกือบทุกนิด แต่สิ่งสำคัญในการนำ UJT ไปร่วมใช้งาน คือ ต้องจำไว้เสมอว่าตัว UJT เองจ่ายกำลังไฟฟ้าออกมาได้ต่ำ ไม่สามารถนำไปใช้งานเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังได้โดยตรง แต่สามารถนำไปใช้ควบคุมการทำงานของอิเล็กทรอนิกส์กำลังได้ นั่นคือ วงจร UJT จะทำหน้าที่เป็นวงจรควบคุมการทำงานเสมอ
โฟโต้ไดโอด (Photo diode)
อุปกรณ์สารกึ่งตัวนำกระแสได้ก็เนื่องจากการให้พลังงานเพื่อดึงอิเลคตรอนให้หลุดจากบอนด์ เป็นผลทำให้เกิดอิเลคตรอนอิสระและโฮล และเมื่อให้แรงดันไฟฟ้าจะเกิดสนามไฟฟ้าในแท่งสารนั้นเป็นผลทำให้ประจุอิเลคตรองและโฮล เคลื่อนที่ โฟโต้ไดโอดจึงมีหลักการทำงานโดยอาศัยแสงในการเพิ่มพลังงานให้กับอิเลคตรอนในเนื้อสารกึ่งตัวนำ
แสดงวงจรโฟโต้ไดโอดและกราฟแสดงความสัมพันธ์ของกระแสกับความเข้มของแสง
วงจรโฟโต้ไดโอดเบื้องต้นต่อเป็นวงจรความต้านทานโหลดและแหล่งจ่ายไฟดังรูป โดยปกติไดโอดจะถูกไบแอสตรงแต่ในขณะที่ไบแอสตรงนี้ จำนวนอิเลคตรอนและโฮลที่ในเนื้อสารมีจำนวนไม่มากนัก ดังนั้นกระแสที่ไหลในวงจรจึงเป็นส่วนน้อย ครั้นเมื่อส่วนของสารกึ่งตัวนำมีแสงส่องถูก จะทำให้เนื้อสารเกิดอิเลคตรอนอิสระและโฮลเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก จำนวนอิเลคตรอนอิสระที่เกิดขึ้นจะแปรตรงกับความเข้มของแสงแต่เมื่อเพิ่มความเข้มของแสงจนถึงค่าหนึ่งจะไม่มีการเพิ่มของอิเลคตรอนอิสระอีกแล้วในช่วงนี้เราจะเรียกว่า ช่วงอิ่มตัว ในขณะที่ไม่มีแสงตกกระทบจำนวนกระแสที่ไหลผ่านตัวไดโอดนี้เรียกว่า กระแสมืด
วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น